รวบแก๊งทำแอพฯ จองสลากฯ ป่วนกรุงไทย

โฆษกบอร์ดสลากฯ เผยชุดตรวจพิเศษสำนักงานสลากฯ ร่วมกับกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย รวบผู้จัดทำแอพฯ ซื้อ-จองสลากฯ ป่วนหน้าจอกรุงไทย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ตามที่มีผู้ทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาลร้องเรียนว่าการทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้าฯ ผ่านแอพพลิเคชั่น KTBNETBANK และหน้าเว็บไซต์ของธนาคารกรุงไทยมีความล่าช้า ทำให้ไม่สามารถทำรายการตามปกติได้ ประกอบกับมีการเชิญชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้ผู้ที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้แก่ K LOTTO, LOTTO BOOKING , LOTTO FOR KTB, LOTTO RELOAD ฯลฯ ซึ่งอ้างว่าเป็นโปรแกรมที่สามารถเข้าถึงบริการได้เร็วกว่าช่องทางปกติของธนาคารกรุงไทยนั้น

โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้กองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อยและชุดตรวจพิเศษของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ดำเนินการสืบสวนตรวจพบพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าวและได้เชิญผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นดังกล่าว รวม 3 ราย มาซักถามปากคำ โดยทั้ง 3 รายมีพฤติกรรมเริ่มดำเนินการเหมือนกัน คือ เริ่มจากมีคนรู้จักให้ช่วยจองสลากผ่านหน้าเว็บไซต์แล้วไม่สามารถจองได้ จึงได้พัฒนาโปรแกรมช่วยจองสลาก และเห็นว่ารายได้ดี จึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพิ่ม ทั้งนี้ รายแรกผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น LOTTO BOOKING ได้ให้ปากคำว่าเชิญชวนให้ผู้สนใจสมัครเข้าใช้โปรแกรมดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2559 จำหน่ายโปรแกรมละ 499 บาท มีผู้ใช้ 3,277 ราย จนถึงปัจจุบันมียอดซื้อโปรแกรมเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 459,164.61 บาท รายที่ 2 พัฒนาแอพพลิเคชั่น LOTTO FOR KTB และ LOTTO REFRESH LOGIN KTB จำหน่ายโปรแกรมละ 799 บาท มีผู้ใช้ 424 คน มีรายได้รวมประมาณ 50,000 บาท รายที่ 3 พัฒนาแอพพลิเคชั่น LOTTO RELOAD มีการทำการตลาดเชิญชวนหน้าเฟสบุ๊ค โดยจำหน่ายโปรแกรมละ 1,299 บาท มีผู้ใช้งานกว่า 2,000 ราย มีรายได้จากการนี้กว่า 2 ล้านบาท

สำหรับการทำงานของแอพพลิเคชั่นทั้งหมดเหมือนกัน คือ สร้างระบบโปรแกรมเปิดหน้า log in ที่จะใช้จองสลากฯ ผ่านเว็บไซต์ธนาคารกรุงไทย โดยตัวโปรแกรมจะจำ URL และ User Password และจะทำการ refresh URL อัตโนมัติไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเข้าหน้าจอเพื่อทำรายการจองสลากได้ หลังจากนั้นโปรแกรมจึงจะหยุดทำงาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการสร้างปริมาณ traffic เข้ามาในระบบ ทำให้ Server ของธนาคารกรุงไทยทำงานเพิ่มขึ้นเป็นผลให้ผู้ใช้งานปกติไม่สามารถเข้าหน้าจอ เพื่อทำรายการได้ตามปกติ ขณะนี้ทั้ง 3 รายได้ปิดแอพพลิเคชั่นทั้ง 4 เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวน เพื่อขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายธนวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำของทั้ง 3 ราย ขัดต่อนโยบายในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาของรัฐบาล ในโครงการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งฯ ที่มีวัตถุประสงค์ในการกระจายสลากให้ผู้ลงทะเบียนสามารถทำรายการได้ทั่วถึงเท่าเทียมผ่านช่องทางของธนาคารกรุงไทยเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มต้นทุน ทำให้ราคาสลากที่จำหน่ายสูงขึ้น อีกทั้งยังส่งผลต่อระบบเทคโนโลยีของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐอีกด้วย จึงขอเตือนผู้ที่คิดจะทำแอพพลิเคชั่นลักษณะนี้ ขอให้ยุติความคิดและการกระทำซึ่งเป็นการเอารัดเอาเปรียบดังกล่าว เพราะอาจเข้าข่ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจากนี้ไปจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง สำหรับผู้ทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้าฯ ที่ซื้อแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ไปใช้งาน สำนักงานฯ กำลังเร่งพิจารณาตัดสิทธิ์การทำรายการซื้อจองล่วงหน้าฯ ตลอดไป.-สำนักข่าวไทย